บิน Gulf Air ถูกเลื่อนไฟล์ทต้องนอนค้างที่ “บาห์เรน” ต้องทำยังไง

การเดินทางไปยังประเทศจอร์เจีย มีหลากหลายสายการบินด้วยกัน แต่ล้วนแล้วต้องไปต่อเครื่องด้วยกันทั้งนั้น ยังไม่มีการบินตรง (ข้อมูล ณ ปี 2562) ในที่นี้ผมจะพูดถึง สายการบินกัฟแอร์ Gulf Air ที่ผมใช้บินไปจอร์เจีย แรกเริ่มผมจะต้องบินออกจากประเทศไทยประมาณช่วงบ่ายๆเย็นๆ ประมาณ 7 ชั่วโมง แล้วต้องไปต่อเครื่องที่ประเทศบาห์เรนอีก 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะบินต่ออีก 4 ชั่วโมง ซึ่งการต่อเครื่องระยะเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ผู้โดยสารก็ให้รอที่เกตได้เลยไม่ต้องออกไปไหน

** สถานที่ : โนโวเทล บาห์เรน

แต่ก่อนที่จะเดินผมเจออีเมล์แจ้งเตือนเรื่องการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน คือบินวันเดิม แต่จะถึงประเทศบาห์เรนตอนประมาณ บ่ายสามโมง แล้วต้องนอนค้างที่บาห์เรน 1 คืน เพื่อที่เช้าวันรุ่งขึ้นประมาณ 10 โมงเราก็จะต้องบินกันต่อ เมื่อเข้าสู่เงื่อนไขแบบนี้ ทางสายการบิน Gulf Air ก็จะเป็นฝ่าย support เปิดโรงแรมให้ผู้โดยสารเข้าพักฟรี พร้อมรถรับส่งสนมบิน-โรงแรม รวมถึงอาหารเช้าด้วย โดยมีเงื่อนไขที่ว่า

  1. ตั๋วจะต้องซื้อมาเกิน 400 ดอลล์ต่อ1ที่นั่ง (เราซื้อตั๋วมาในราคาตีเป็นตัวเลขกลม ๆ 17,000 บาท ลองเอา 5 มาหารดูก็จะได้ยอดเงินดอลล์ ยังไงก็เกิน 400 ดอลล์)
  2. ระยะเวลาในการเปลี่ยนเครื่องจะต้องเกิน 7 ชั่วโมง

เมื่อเข้าเงื่อนไขทุกอย่าง มาดูขั้นตอนการติดต่อ Gulf Air ในการแจ้งความจำนงค์เพื่อที่จะขอโรงแรมฟรีที่บาห์เรนกันครับ

 

** ขั้นตอนการขอโรงแรมพักที่บาห์เรน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย **

 

  1. ต้องโทรไปแจ้งรีเควสท์ที่คอลล์เซ็นเตอร์ 02- 635-1417 โดยจะมี เจ้าหน้าที่ขอเลขที่ในการจองตั๋ว จากนั้นให้ติดตามสิทธิ์
  2. เมื่อได้สิทธิ์นั้นแล้ว ตอนไปเช็คอินที่เคาเตอร์สุวรรณภูมิ ให้ไปแจ้งที่เคาเตอร์เช็คอิน ว่าทางเรามีการขอโรงแรมทรานสิทเอาไว้ เค้าจะปริ้นท์เอกสารให้ (ให้เราไปที่แถว Q ยื่นพาสปอร์ตเช็คอินก่อนอันดับแรก เมื่อเสร็จแล้ว หันหน้าเข้าเคาร์เตอร์ แล้วไปที่ช่องซ้ายสุด เพื่อยื่นเรื่องขอจองโรงแรม) ** อย่าลืมถ่ายเอกสารพาสปอร์ตไปด้วยสัก 1-2 ใบ
  3. พอถึงบาห์เรน เดินออกจากตัวเครื่องบิน เข้าไปในตัวอาคาร ผ่านการตรวจกระเป๋า จากนั้นก็จะมีเคาเตอร์ Gulf Air Hotel Desk ให้เอาเอกสารที่ได้มาจากเคาเตอร์เช็คอินที่สุวรรณภูมิยื่นตรงนั้น เค้าจะออก Hotel/Meal Voucher ให้เรา
  4. เมื่อได้เอกสารแล้ว ให้เดินต่อไปที่จุดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อประทับตรา (ประเทศบาห์เรนยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย) พอผ่านจุดนี้แล้ว ให้เดินลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อเดินไปที่เคาร์เตอร์ของสายการบินอีกครั้งหนึ่ง จุดนี้จะมี จนท. รอเราอยู่ ให้แจ้งพร้อมยื่นเอกสารเพื่อที่จะพาเราไปโรงแรมที่พัก
  5. เมื่อถึงโรงแรมที่พัก ให้ยื่นหนังสือเดินทางและเอกสารที่ได้รับมาจากเคาร์เตอร์ที่สนามบิน แล้วทำการเช็คอิน
  6. ที่พักที่บาห์เรน 1 คืน 1 บัตรโดยสาร ได้ 1 ห้อง (แยกห้องกันได้) พอถึงโรงแรมให้ถามที่ฟร้อนเลยว่า พรุ่งนี้เราต้องบินกี่โมง แล้วรถจะมารับเรากี่โมง เพื่อจะได้ไม่ตกรถ
  7. เราจะไม่รู้ว่าเราได้โรงแรมไหน จนกว่าจะเดินทางถึงบาห์เรน เพราะทางสายการบินจะแรนดอมตามโรงแรมที่ว่างในแต่ละวัน โดยจะจัดเป็นโรงแรมในเมือง ใกล้ที่ไหน ก็ไปเดินเที่ยวที่นั่นได้ (ครั้งนี้ผมได้พักที่ Golden Tulip)

 

รูปห้องพักที่ Golden Tulip

 

เนื่องจากเรามีเวลาไม่มาก เลยให้เพื่อนที่ทำงานอยู่ที่บาห์เรนมารับที่โรงแรม แล้วพาไปเที่ยว 2-3 จุดที่สำคัญ ๆ

  1. มัสยิดกลาง Al Fateh Grand Mosque เป็นมัสยิดกลางของประเทศบาห์เรน ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2527 ก่อนที่จะแล้วเสร็จในปี 2531 เป็นหนึ่งใน Mosque ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จุผู้คนได้ถึง 7,000 คน สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามพระราชวัง Gudaibiya (ซึ่งรัฐบาลบาห์เรนใช้เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและรับแขกทางการ) จุดเด่นของที่นี่ คือยอดโดมทำด้วยไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 60 ตัน (มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 25 เมตร สูงจากพื้น 40 เมตร) ตัวอาคารมัสยิดและลานภายใน ถูกออกแบบให้มีลักษณะแบบเรียบ ๆ ให้ความรู้สึกสงบแต่ยิ่งใหญ่
  2. ป้อมปราการบาห์เรน (Bahrain Fort) เป็นโบราณสถานแห่งสำคัญของบาห์เรน สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอารยธรรมดิลมัน (Dilmun) เมื่อประมาณ 3000 ปีที่แล้ว และได้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำหรับอารยธรรมต่าง ๆ อาทิ แคสไซต์ เปอร์เชียและโปรตุเกส ฯลฯ ที่เข้ามาอาศัยในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งร้างในช่วง ค.ศ. 1800 และถูกทรายจากทะเลทับถมกลบป้อมปราการ จนมาถูกขุดค้นพบโดยกลุ่มนักโบราณสถานชาวเดนมาร์กในปี ค.ศ. 1954 พบร่องรอยโครงสร้างสิ่งก่อสร้างของอารยธรรมต่าง ๆ อยู่ถึง 7 อารยธรรม ด้วยกัน สำหรับ นักท่องเที่ยวหรือใครที่มาชื่นชมที่นี่ สามารถจอดรถตรงลานจอดรถแล้วเดินขึ้นไปได้ ลมเย็น ๆ พัดโบกเย็นสบาย เวลาที่ควรไปคือช่วงเช้าและก่อนพลบค่ำ
  3. Bab al Bahrain ตลาดมานามา (Manama Souk) หรือที่เรียกกันว่า “ประตูสู่บาห์เรน” สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ ค.ศ. 1945 และได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 1986 เพื่อปรับเปลี่ยนให้มีรูปร่างเป็นสถาปัตยกรรมอิสลามมากขึ้น “ประตูสู่บาห์เรน” ออกแบบโดย Sir Charles Belgrave ที่ปรึกษาเจ้าผู้ครองรัฐบาห์เรนเพื่อเป็นทางเข้าไปสู่ตลาดมานามาซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญและแหล่งจับจ่ายของท้องถิ่น ที่นี่ก็จะมีร้านค้าต่าง ๆ มากมายให้ได้มาช้อปปิ้งกันรวมถึงซื้อของที่ระลึก
  4. หรือจะไปอีกที่นึงที่น่าจะเป็นจุดถ่ายภาพสวยๆ นั่นก็คือ โนโวเทล บาห์เรน อัล ดานา รีสอร์ต(Novotel Bahrain Al Dana Resort) ตั้งอยู่ใน มานามา เป็นโรงแรมที่พักติดทะเลและอยู่ใจกลางเมือง อยู่ห่างจากสนามบินไม่เกิน 4 กิโลเมตร จะมากินอาหารเช้าที่นี่ก่อนเดินทางไปสนามบิน หรือจะมาถ่ายภาพสวย ๆ ก็ได้
     

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaiembassy.org

 

** ส่วนใครที่ต้องเดินทางเองในบาห์เรน ก็สามารถใช้บัสได้ มีแผนที่ สายรถบัสที่ชัดเจน ซึ่งแน่นอนราคาจะถูกกว่าแท็กซี่มากมาย และไม่ต้องกังวลเรื่องความห่างไกลของสนามบินและตัวใจกลางเมืองบาห์เรน เพราะมีระยะเวลาเดินทางถึงกันแค่ 10-20 นาทีเท่านั้น (ในกรณีที่รถไม่ติด)