พาเที่ยวตุรกี TURKEY ตอนที่ 2 ท่องประวัติศาสตร์สำคัญ เมืองทรอย Troy – วิหารอะโครโปลิส Acropolis

พาเที่ยวเมืองทรอย Trop – วิหารอะโครโปลิส Acropolis แหล่งประวัติสำคัญของตุรกี

การเดินทางวันที่ 2 ของทริปนี้ เวลาที่ตุรกีจะช้ากว่าไทยประมาณ 4 ชม. ดังนั้นจึงต้องทำการปรับเวลาในทุกอุปกรณ์โซเชี่ยลทุกอย่างที่มี ข้อนี้สำคัญ ! เพราะเรามากับทัวร์ เวลานัดหมายให้ตรงเวลาจึงสำคัญมาก วันแรกเมื่อมาถึงสนามบิน รอรับกระเป๋า แล้วก็เข็นลากสวย ๆ กันออกมาหารถโค้ชด้านนอก (ไม่ไกลเท่าไหร่ อากาศเย็นสบาย) พร้อมกับทักทายไกด์ท้องถิ่นของเรา ชื่อว่า “ฟาตี” ชายหนุ่มวัย 37 ปี ที่มีความรู้แน่นมาก ๆ ใครชอบประวัติศาสตร์นี่ถือว่าถูกใจเลยล่ะ รถโค้ชคันใหญ่จุคนได้มากกว่า 40 คนแต่เรามีนักท่องเที่ยวในกรุ๊ปนี้ 21 คน ก็นั่งแบบสบาย ๆ กันไป วิ่งผลัด4×100 ขึ้นรถจับจองที่นั่ง แต่เอาจริง ๆ แล้ว ทั้งสองฝั่งโดนแดดหมดและเห็นวิวสวยงามเท่ากันหมด จากนั้นก็ออกเดินทางไปกินมื้อเที่ยงกันก่อน และเดินทางเลียบชายฝั่งสู่ เมืองอีเซียบัท Eceabat (ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.) เมืองนี้เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากไปเมือง ชานัคคาเล่ (Canakkale) ระหว่างทางเราก็เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ขุนเขาสลับกับชายทะเล พอถึงเมืองท่าอีเซียบัท ก็เข้าโรงแรมปรับสภาพร่างกายให้พร้อมในคืนแรก เราพักกันที่ Hampton Hotel โรงแรมติดทะเล มีสระว่ายน้ำ พร้อมกับอากาศประมาณ 15-16 องศา นอนคืนที่ 1

Hampton Hotel Hampton Hotel Hampton Hotel Hampton Hotel Hampton Hotel Hampton Hotel หน้าโรงแรม Hampton Hotel

วันที่ 3 ของการเดินทาง ตื่นกันแต่เช้า เพราะไกด์สาวสวยนามว่า “กุ๊กไก่” ไกด์อิสระของเรา ได้ทำการจองเที่ยวเรือเฟอรี่ข้ามฟากไว้ให้เที่ยวแรก เพื่อข้ามฟากไปยัง ชานัคคาเล่ (Canakkale) เมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของตุรกี มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เมื่อก่อนมีชื่อว่า โบกาซี่ (Bogazi) หรือ เฮลเลสปอนต์ (Hellespont) ตั้งอยู่บนจุดที่แคบที่สุดของช่องแคบดาร์ดาแนลส์ ส่วนที่แคบที่สุดกว้าง 1.3 กิโลเมตร โดยเอารถลงเรือไปด้วย พวกเราก็ขึ้นไปนั่งชิค ๆ คูล ๆ ข้างบน พร้อมกับชมวิวที่อยู่รายล้อมรอบตัว มันช่างตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ทะเลที่เราล่องอยู่เหนือลำน้ำนี้ชื่อ ทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) ทะเลส่วนตัวของประเทศตุรกี ที่ไม่ต้องไปใช้ร่วมกับใคร

ทะเลมาร์มาร่า (Sea of Marmara) Sea of Marmara Sea of Marmara Sea of Marmara Sea of Marmara Sea of Marmara ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara

จุดหมายที่แรกคือ กรุงทรอย Troy ตั้งอยู่ในเขตอนาโตเลีย เป็นส่วนของประเทศตุรกีในฝั่งเอเชีย ถูกค้นพบโดย นายไฮน์ริช ชลีมานน์ (Heinrich Schliemann) นักโบราณคดีชาวเยอรมัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1870 – 1890 แบ่งออก เป็น 9 ยุค ตั้งแต่ 3,000 ปี ก่อนคริสตกาลเรื่อยมาจนถึง ค.ศ. 500 กรุงทรอยในยุคสุดท้ายคือยุคที่ 9 (85 ปีก่อนคริสตกาล-ค.ศ. 500) เป็นเมืองของชาวโรมัน และมีการสันนิษฐานสรุปว่า กรุงทรอย เป็นเมืองโบราณติดชายฝั่งทะเลอิเจียนตอนบน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแผ่นดินเงินแผ่นดินทอง คือช่องแคบดาร์ดาแนล (Dardanelles) และคาบสมุทรกัลลิโปลี (Gallipoli) ได้รับการขึ้นเป็นทะเบียนมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2541 สภาพที่เราเห็นแทบไม่หลงเหลือความเป็นเมืองเก่า คงมีเพียงซากปรักหักพังบนผืนแผ่นดินแห่งความทรงจำ ดูเผิน ๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่หากลองฟังเรื่องราวก็นับว่ามีความสำคัญพอสมควร

กรุงทรอย Troy กรุงทรอย Troy กรุงทรอย Troy กรุงทรอย Troy กรุงทรอย Troy กรุงทรอย Troy กรุงทรอย Troy กรุงทรอย Troy

ออกเดินทางต่อไปยัง เมืองเปอร์กามัน Pergamon เมืองชายฝั่งทะเลอิเจียน ตั้งอยู่ในจังหวัด อิซเมียร์ (Izmir) ในอดีตกลุ่มชาวกรีก อีโอเลียน (Aeolian) เป็นผู้บุกเบิกเข้ามาตั้งรกรากในช่วง 800 ปีก่อนคริสตกาล ปัจจุบันยังหลงเหลือซากให้ชม ที่เมืองเปอร์กามัน เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถาน วิหารอะโครโปลิส Acropolis ตั้งอยู่บนภูเขาสูงในเมือง เปอร์กามัน รุ่งเรืองที่สุดในสมัยพระเจ้า อูมาเนสที่ 1 (Eumenes I) แห่งราชวงศ์เปอการ์มาเน่ (Pergamane) ระหว่าง 263-241 ก่อนคริสตกาล ต่อมาพระเจ้า แอททาลุสที่ 3 (Attalus III) ทรงยกเมืองให้แก่อาณาจักรโรมันเมื่อ 133 ปีก่อนคริสตกาล และได้กลายเป็นเมืองหลวงของแคว้นเอเชีย ภายใต้อานาจักรโรมัน

วิหารอะโครโปลิส Acropolis วิหารอะโครโปลิส Acropolis วิหารอะโครโปลิส Acropolis

ที่นี่ในอดีตกาล เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม การค้า การแพทย์ ถือได้ว่าเป็นเมืองแห่งศิลปินและนักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง ที่นี่มีทั้งวิหารเทพเจ้าซีอุส (Temple of Zeus) แต่เหลือเพียงส่วนฐานเท่านั้น ส่วนแท่นบูชา ถูกโยกย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เปอร์กามัน ที่กรุงเบอร์ลินตะวันออกในศตวรรษที่ 19 และได้รับการบูรณะจนมีสภาพสมบูรณ์ดีดังเดิม และมีหอสมุดเปอร์กามัน ในอดีตหอสมุดแห่งนี้มีการเก็บรักษาเอกสารกว่า 200,000 ม้วน “กษัตริย์แอททาลุส” ทรงเป็นผู้รวบรวมไว้ ต่อมาถูก “มาร์ค แอนโทนี่” นำไปกำนัลให้ “พระนางคลีโอพัตรา” ในวันแต่งงานที่เมืองอเล็กซานเดรีย และถูกทำลายไปพร้อม ๆ กับเอกสารในหอสมุดอเล็กซานเดรียในยุคต้นของคริสต์ศาสนา

วิหารอะโครโปลิส Acropolis วิหารอะโครโปลิส Acropolis วิหารอะโครโปลิส Acropolis วิหารอะโครโปลิส Acropolis

บริเวณวิหารอะโครโปลิส ยังจะได้พบโรงละครใหญ่มหึมา มีทั้งหมด 80 แถว แบ่งเป็นสามชั้น จุคนดูได้เกือบ 10,000 คน และเป็นโรงละครที่ชันที่สุดในโลก สำหรับบรรยากาศของจริง ที่นี่จะอยู่สูงมาก ๆ แถมต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไป จริง ๆ รถยนต์สามารถขึ้นไปได้ แต่รถโค้ชใหญ่ ต้องจอดไว้ในจุดที่ให้จอด ส่วนที่ว่าทำไมต้องตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ก็เพราะว่า อะโครโปลิส แปลว่า นครที่อยู่ที่สูง ซึ่งเป็นฐานการป้องกันเมืองของอาณาจักรกรีกและโรมัน ซึ่งผู้ที่ตั้งถิ่นฐานในสมัยก่อนนั้น มักจะเลือกที่สูง ที่ที่มีเนินผาสูงชัน เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง เข้าใจตรงกันตามนี้นะ รู้กันแค่เรา ตรงจุดบริเวณที่กระเช้ามาถึง จะมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายน้ำดื่ม ราคาก็กลาง ๆ กึ่งแพงกึ่งถูก ถ้าจะซื้อของที่ระลึกแนะนำลองไปดูที่ตลาดเครื่องเทศดีกว่า

โรงละคร วิหารอะโครโปลิส Acropolis โรงละคร วิหารอะโครโปลิส Acropolis โรงละคร วิหารอะโครโปลิส Acropolis เคเบิ้ลคาร์ วิหารอะโครโปลิส Acropolis วิหารอะโครโปลิส Acropolis

เมื่อด่ำดื่มซึมซับประวัติศาสตร์กันเพียงพอแล้ว เราก็เดินทางกันต่อที่ เมืองคูซาดาซี Kusadasi (นั่งรถประมาณ 3 ชม.) ที่นี่เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าเมืองหนึ่งของตุรกี นอนคืนที่ 2 แล้วพบกันใหม่ในตอนที่ 3 นะครับ ตอนหน้า จะพาไปชม บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary มีความเชื่อกันว่า ที่นี่เป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่ และสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้ และจะพาเที่ยว ปามุคคาเล่ ขอบอกว่าฟินสุด ๆ โปรดรอติดตาม