พาเที่ยวตุรกี TURKEY ตอนที่ 7 ตอนจบ (ล่องเรือผ่านช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus – พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace – สรุป)

สุดหรูล่องเรือส่วนตัวผ่านช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus เข้าเยี่ยมชม พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace และปิดท้ายสรุปทริป Unseen TurkeyCruise Along the Bosphorus

*** เรือที่พาล่อง Cruise Along the Bosphorus ***

วันที่ 9 นัดกันสาย ๆ หน่อย เพื่อออกมาล่องเรือชมวิวสองฝั่งของทะเลมาร์มาร่า พวกเรานั่งรถโค้ชออกมาที่ท่าเรือ ขึ้นเรือส่วนตัว เพื่อล่องเรือผ่านช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งถือว่าเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งต่างมีความงดงาม ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรปและเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ The Black Sea เข้ากับทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กม. จะเห็นทั้งบ้านเรือนเศรษฐีริมฝั่งแม่น้ำ โรงแรมสุดหรูหรา โรงยาสูบ มหาวิทยาลัย โดยเราจะได้เห็นความงามและความเจริญของทั้งฝั่งยุโรปและฝั่งเอเชีย

Istanbul Cruise Along the Bosphorus Istanbul Istanbul Istanbul Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus

*** บรรยากาศการล่องเรือ Cruise Along the Bosphorus พบเจอได้ทั้งร้านค้า โรงแรมหรู มหาวิทยาลัย ฯลฯ ***

และไฮไลท์สำคัญ เรือจะวิ่งผ่าน พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabahce Palace พระราชวังสุดยิ่งใหญ่ หลังจากล่องเรือ เราก็จะไปเยือนที่นั่น เราใช้เวลาในการล่องเรือประมาณ 1 – 1.30 ชม. สำหรับช่องแคบบอสฟอรัส เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกี อีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบ เต็มอิ่มสุด ๆ กับวิวและบรรยากาศที่ได้รับ จากนั้นก็เดินเท้าต่อไปยัง พระราชวังโดลมาบาชเช่ Dolmabahce PalaceDolmabahce Palace

Dolmabahce Palace Istanbil Istanbul Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus Istanbul Cruise Along the Bosphorus Cruise Along the Bosphorus

พระราชวังโดลมาบาชเช่ Dolmabahce Palace เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุด ทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit ) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใด ๆ ทั้งสิ้น วอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป Dolmabahce PalaceDolmabahce Palace Dolmabahce Palace

ภายนอกประกอบด้วยสวนไม้ดอก รายล้อมพระราชวังซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ที่ช่องแคบบอสฟอรัส Bosphorus ภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ และฮาเร็ม ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และโคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน สุดอลังการ ไกด์ได้อธิบายความรู้ต่าง ๆ ให้พวกเราฟังอย่างเต็มที่ เมื่อเดินเข้าไปข้างในแล้ว เราจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ แล้วก็ร้องออกมาเป็นระยะว่า โอ้โห เพราะมันยิ่งใหญ่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นห้องรับแขกคนสำคัญ ห้องกินข้าว ห้องนอน ห้องอาบน้ำ โคมไฟแชนเดอเลียร์ พรมสุดหรูทอมือผืนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ฯลฯ และที่น่าประหลาดใจมาก ๆ ก็คือ ทุกๆอย่างในพระราชวังเป็นของดั้งเดิม การเข้าชมแบ่งเป็นรอบ ๆ ห้ามถ่ายรูป และห้ามสัมผัสข้าวของต่าง ๆ

Dolmabahce Palace Dolmabahce Palace Dolmabahce Palace Dolmabahce Palace

พระราชวังโดลมาบาชเช่ Dolmabahce Palace ทำหน้าที่เป็นพระราชวังหลักและศูนย์กลางการปกครองของจักรวรรดิออตโตมันให้กับสุลต่านถึง 6 รัชสมัย ต่อมาในปี 1924 พระราชวังถูกโอนกรรมสิทธิ์ ให้เป็นมรดกแห่งชาติของสาธารณรัฐตุรกีใหม่ โดย มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐตุรกี และพระราชวังถูกใช้เป็นที่พำนักของประธานาธิบดีในช่วงฤดูร้อน ต่อมา มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก เสียชีวิตในวันที่ 10 พฤศจิกายน 1938 ที่พระราชวังแห่งนี้ด้วยอาการป่วย จนท้ายที่สุดในปี 1984 พระราชวังแห่งนี้ก็เปิดให้เข้าชมเป็น “พิพิธภัณฑ์พระราชวัง” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Dolmabahce PalaceDolmabahce Palace Dolmabahce Palace Dolmabahce Palace

 ส่วนใหญ่รูปที่ได้มาจะเป็นรูปที่ถ่ายจากด้านนอกทั้งหมด เมื่อเดินชมบริเวณด้านในแล้ว พอออกมาทางออกด้านนอก เราจะใกล้ชิดกับทะเลมาร์มาร่าเป็นอย่างมาก ถือเป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปสวยเลยก็ว่าได้ จากนั้นก็ขึ้นรถโค้ชไปสนามบินเตรียมตัวกลับ โดยสายการบิน Kuwait Airways ช่วงบ่าย ๆ ขอบอกว่าที่สนามบินจะมีการตรวจเข้มข้นหลายต่อมาก และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องเผื่อเวลาการเดินทางไว้ให้ดี พวกเราไปต่อเครื่องที่คูเวตตามเดิม ก่อนที่จะถึงไทยประมาณ 11 โมงเช้า

Dolmabahce Palace Dolmabahce PalaceDolmabahce Palace

 สรุป

  1. ตุรกี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ควรมาเยือนเป็นอย่างยิ่ง มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่แปลกตา
  2. อิสตันบลู เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มาก ถ้ามาแล้วไม่รู้ไปไหน เที่ยวแค่เมืองนี้เมืองเดียวก็คุ้ม
  3. เรื่องการเงินควรแลกทั้งดอลลาร์ ยูโร และ TL (เงินตุรกี) ตามที่อธิบายไว้ตอนต้น
  4. เรื่องอาหารการกิน เนื่องเป็นประเทศมุสลิม ที่นี่ไม่มีหมูแน่นอน อาหารส่วนใหญ่คือ ไก่ เนื้อ แกะ ปลา บางคนอาจไม่สะดวก แนะนำให้พก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กซอง น้ำพริก ไปด้วย เพื่อความอยู่รอด ( แต่ถ้าไปกับทัวร์ ทางไกด์จะรู้งาน จึงมีการจัดเตรียมน้ำจิ้มแจ่ว ซอส และน้ำพริกบางชนิดไปให้ลูกทัวร์ด้วย)
  5. ตุรกี น่าเที่ยวทุกฤดู ผมไปช่วง ตค. อากาศจะเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง มีฝนบ้างบางวัน
  6. เมืองที่ชอบมากที่สุดคือ คัปปาโดเกีย คอนย่า และ อิสตันบลู ( ถ้ามีโอกาสก็อยากไปเที่ยวที่คัปปาโดเกีย และ อิสตันบลูอีกครั้ง เห็นว่ามีสายการบินภายในไปยังคัปปาโดเกียด้วย)
  7. ที่นี่มีบินภายในด้วย เวลาซื้อทัวร์ก็ศึกษาดี ๆ ถ้านั่งรถก็ได้เห็นวิวสองข้างทาง ถ้าบินภายในก็ไม่เหนื่อยมาก แต่ราคาของทัวร์ก็จะแตกต่างกันไปครับ

Iatanbul

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนสนุกและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวของ “ตุรกี” นะครับ แล้วพบกันใหม่จ้า