Akita : Japan อีกหนึ่งจังหวัดของญี่ปุ่นที่ควรไปเที่ยวแล้วคุณจะติดใจ

ญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นประเทศที่หลาย ๆ คนอยากจะมีโอกาสสักครั้งในชีวิตที่ได้ไปเยือน ในขณะที่อีกหลายคนก็เคยไปเที่ยวมาแล้วทั้งโตเกียว โอซาก้า ฯลฯ แต่ถ้าใครชอบเมืองที่ไม่วุ่นวายมากนัก ขอแนะนำจังหวัดอาคิตะ (AKITA) 

จังหวัดอาคิตะ ตั้งอยู่ภูมิภาค โทโฮคุ หรือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดินแดนแห่งตำนานเรื่องเล่าขาน และเป็นแห่งสุดท้ายที่ยังคงอนุรักษ์วิถีชีวิตขนบประเพณีโบราณอยู่ รวมถึงหัตถกรรมพื้นเมืองที่ยังคงไว้ ภายใต้ความเจริญและอารยธรรมสมัยใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ภูมิภาค โทโฮคุ มี 6 จังหวัด Fukushima Prefecture (ฟุกุชิมะ) / Miyagi Prefecture (มิยางิ) / Yamagata Prefecture (ยามางะตะ) / Iwate Prefecture (อิวาเตะ) / Akita Prefecture (อาคิตะ) / Aomori Prefecture (อะโอะโมริ)

จังหวัดอาคิตะ อยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ 181 กิโลเมตร และตะวันออกจรดตะวันตก 111 กิโลเมตร เศรษฐกิจยังคงประกอบอุตสาหกรรมดั้งเดิม เช่น การเกษตร การประมง และป่าไม้ หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นชื่อจังหวัดอาคิตะ แต่ถ้าได้ลองไปสักครั้งแล้วจะติดใจ ซึ่งแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันออกไป ถ้ามาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็เต็มไปด้วยความหลากหลายของสีสัน ถ้ามาช่วงหิมะก็แช่น้ำร้อนพร้อมภาพวิวหิมะเบื้องหน้า มันก็จะฟินไปอีกแบบ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของสุนัขพันธุ์อาคิตะ มีเมืองมรดกโลก งานเทศกาลดอกไม้ไฟ ข้าวที่แสนจะอร่อย เหล้าสาเกขึ้นชื่อ ฯลฯ

*** Nyuto Onsen นิวโตะ ออนเซ็น ***

ที่แรกที่อยากจะแนะนำและภูมิใจนำเสนอสุด ๆ คือ Nyuto Onsen นิวโตะ ออนเซ็น / Nyuto Onsen เป็นชื่อของหมู่บ้านที่สร้างขึ้นตามแนวน้ำพุร้อน ในย่านนี้จะมีรีสอร์ท หรือ เรียวกัง ที่ให้คนนอนพักผ่อนข้ามคืนรวมถึงการไปแช่น้ำร้อนทั้งหมด 7-8 แห่ง ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก “นิวโตะ” แปลว่า “หัวนม” ความหมายแฝง ๆ ก็คือสะท้อนให้เห็นว่าน้ำแร่แถวนี้จะมีสีของน้ำขาวขุ่น ๆ เหมือนน้ำนม ส่วนใหญ่ถ้าคนนอกจะมาแช่น้ำร้อนอย่างเดียว จะอาบได้แค่ช่วงกลางวันประมาณ 10.00-15.00 น. นอกนั้นจะสงวนพื้นที่เอาไว้สำหรับแขกที่มาพักค้างคืน ว่ากันว่าน้ำแร่ของที่นี่มีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ช่วยรักษาโรค บำรุงสุขภาพ มากกว่า 10 ชนิด

 

เราเลือกไปที่รีสอร์ทที่ดังที่สุดในย่านนี้คือ Tsurunoyu Onsen (ซึรุโนะยุ ออนเซ็น) มีทั้งบ่อน้ำร้อน และเรียวกัง แต่ว่ากันว่าเรียวกังที่นี่ต้องจองกันเป็นปี ทั้งหมดมีประมาณ 30 ห้อง แต่เต็มตลอด ประวัติสั้น ๆ Tsurunoyu เป็นรีสอร์ทที่เก่าแก่ที่สุด สร้างตั้งแต่ปี 1638 สมัยนั้นสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าเมืองได้มาอาบน้ำ แล้วก็ค่อย ๆ พัฒนา ตัวของเรียวกังสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง มีโรงอาบน้ำโบราณ และถ้าใครมานอนพักค้างคืน ก็จะมีอาหารญี่ปุ่นแบบพื้นเมืองทั้งมื้อเย็นและมื้อเช้ารวมอยู่ในค่าห้องด้วย รวมถึงบริการรถรับส่งไปยังจุดลงรถบัส (Arupa Center) จุดเด่นของที่นี่ คือบ่อน้ำร้อนกลางแจ้ง ซึ่งเป็นบ่อรวมชายหญิง แต่ถ้าหญิงท่านไหนไม่สะดวกลงบ่อรวม ก็จะมีบ่อเฉพาะผู้หญิงไว้ต่างหาก แต่อาจต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม ส่วนค่าแช่(เท่านั้น)สำหรับบ่อรวมราคาประมาณ 500 ++ เยน

ซ้ายขวาที่เห็นเป็นอาคารที่พัก ฝั่งซ้ายเป็นอาคารชั้นเดียวแบบญี่ปุ่นโบราณ ขณะที่ฝั่งขวาเป็นอาคารสองชั้นแต่จะทันสมัยกว่าหน่อย ห้องที่เห็นนี่แหละที่บอกว่าต้องจองกันนานเป็นปี หรือไม่ก็เกือบครึ่งปี พอพ้นทางเข้า เราเดินเข้าไปเรื่อย ๆ สุดทางมองไปทางซ้ายมือจะเจอจุดต้อนรับแขก โดยที่ข้างหน้าเป็นลำธารเล็กๆ สำหรับคนที่มาเข้าพักค้างคืน ก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง เช่น ราวตากผ้า ชุดอาบน้ำ (ยูกาตะ ผ้าขนหนูขนาดเล็ก และถุงให้ใส่ของเดินไปโรงอาบน้ำ) ชุดชงชา มีห้องน้ำพร้อม

มาที่เรื่องของบ่อออนเซ็นกันบ้าง ลักษณะของบ่อรวม จะเป็นบ่อใหญ่ ๆ แต่ก่อนที่จะลงบ่อ เราต้องทำความสะอาดตัวเองโดยการตักน้ำราดตัว ส่วนคนที่เขินอายสามารถถือผ้าขนหนูเล็ก ๆ เข้าไปได้แต่ห้ามเอาลงน้ำ นอกจากออนเซ็นที่นี่แล้ว ก็ยังมี Ganiba onsen, Magoroko onsen, Ogama onsen, Kyukamura onsen

วิธีเดินทางไป Nyuto Onsen นิวโตะ ออนเซ็น ( 乳頭温泉 )
นั่งชินคันเซนลงสถานี Tazawako จากนั้นให้ขึ้นรถบัสหน้าสถานี เช็คสายให้ถูก นั่งไปเรื่อย ๆ จนสุดสาย เราก็จะเจอ Nyuto Onsen Hot Spring บริเวณนี้จะมีเรียวกังและออนเซ็นเพียบเลย เดินเลือกเอาได้ตามสบายใจ ส่วนขากลับก็ขึ้นรถบัสแถวนั้นแหละ หรือถ้าเราอยากจะแวะเที่ยวทะเลสาบTazawa ให้ขึ้นรถบัสที่ป้ายเดิมหน้า Nyuto Onsen แล้วมาเปลี่ยนรถบัสตรง Tazawako-Han รถจะวิ่งวนพาเราเที่ยวรอบทะเลสาบ จอดแวะ 2 ที่คือ ศาลาแดง 5 นาทีและรูปปั้น 10 นาที จุดนี้จะมีร้านค้าให้ได้ซื้อของด้วย จากนั้นก็ขึ้นรถคันเดิม กลับมาที่สถานี Tazawako ตามเดิม

ส่วนถ้าใครจะไปที่ Tsurunoyu Onsen (ซึรุโนะยุ ออนเซ็น) ให้นั่งรถบัสจากสถานี Tazawako ไปลงที่ป้าย Alpa หรือ Arupa komakusa (アルパこまくさ)  แล้วให้รีสอร์ทมารับ หรือต่อรถบัสเล็กบริการฟรี(สีน้ำเงิน)

Tips : ข้อแนะนำ
1. เมื่อเราลงจากรถไฟแล้วให้จองรถ minibus (บางเรียวกังที่ลงรถบัสแล้วถึงเลย ไม่ต้องจอง) แต่บางเรียวกัง พอลงรถบัสแล้วมันจะต้องต่อรถ minibus เพื่อเข้าเรียวกัง (เช่นเรียวกัง TsurunoYu, TsurunoYu Yamanoyado, Kuroyu) ดังนั้นเราต้องไปติดต่อที่ Tazawako Tourist Information Center ที่สถานี Tazawako ให้เขาช่วยโทรแจ้งเรียวกังที่เราจะไปว่าให้ส่งรถ minibus มารับเราที่สถานีปลายทางของรถบัส (แต่เรียวกังที่ Tsurunoyu จะมีรถ minibus มาที่ Arupa komakusa อยู่แล้ว เพราะมีคนไปเยอะ แต่ถ้า Kuroyu ควรจะต้องโทรจองดีกว่า ถ้าไม่จองเราจะเดินไปเอง ซึ่งอาจจะไม่สะดวก

 

  1. 2.วิธีการขึ้นต่อรถบัส Nyuto line ให้ขึ้นรถบัสที่ป้ายรถบัสเบอร์ 1 ป้ายรถบัสจะอยู่ที่หน้าสถานี Tazawako (หันหน้าออก) จะอยู่ด้านขวามือ ส่วนค่าโดยสารจะจ่ายตอนลงจากรถบัส ตรวจสอบตารางเวลารถบัสแบบอัพเดตได้ที่
    https://ugokotsu.co.jp/sitemap
  2. 3.จำชื่อเรียวกังที่เราจะไปให้ได้ แล้วเวลาลง ให้ลงป้ายรถบัสสถานีตามเรียวกังนั้น ๆ
    – ไปเรียวกัง Tsurunoyu หรือ TsurunoYu Yamanoyado ให้ลงป้าย Arupa Komakusa
    – ไปเรียวกัง Kyukamura Nyuto onsen kyo ให้ลงที่ป้าย Kyukamuramae
    – ไปเรียวกัง Tae no Yu ให้ลงที่ป้าย Tae no Yu onsen mae
    – ไปเรียวกัง Ogama onsen, Ganiba onsen, Magoroku onsen, Kuruyu onsen ให้ลงที่ป้าย Nyuto onsen
  3. 4.วิธีการต่อ minibus
    – ไป TsurunoYu ถ้าไม่ได้จอง ให้รอขึ้นรถ minibus โดยรอขึ้นตอนที่รถของ TsurunoYu แวะมาส่งผู้โดยสารที่ Arupa Komakusa (ฟรี ใช้เวลาวิ่งประมาณ 20 – 30 นาที)
    – ไป Kuroyu ต้องโทรจอง ถ้าไม่ได้จอง เดินเหนื่อยแน่ ๆ เพราะต้องเดินขึ้นเขาไปราว 30 นาที (รถที่มารับก็ฟรี ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที)
  4. 5. Nyuto onsen เส้นทางไป มันจะผ่านป่าเขาลำเนาไพร ถนนหนทางแบบหินกรวด ลากกระเป๋าไม่น่าจะโอเค แนะนำให้เอาของที่จำเป็นติดตัวไป นอกนั้นฝากไว้ที่ สถานี Tazawako หรือถ้ามีกระเป๋าที่ใบใหญ่มาก ๆ แนะนำฝากไว้ที่สถานีใหญ่ ก่อนมาสถานี Tazawako เช่น สถานี Kakunodate, สถานี Akita, สถานี Morioka หรือถ้าไม่ได้ไปสถานีพวกนั้น แล้วกระเป๋าเราใบใหญ่เกินล็อกเกอร์จริง ๆให้เอาไปฝากที่ Tazawako tourist information center (ในสถานี Tazawako) แต่ฝากได้แค่ตอนกลางวันเท่านั้นนะครับ 8.30 – 17.30 น. (ฟรี)
  5. 6. ควรจดชื่อป้ายรถเมล์ หรือชื่อสถานที่ในย่าน Nyuto Onsen เป็นภาษาญี่ปุ่นติดตัวไว้ด้วย น่าจะดีไม่น้อย

*** ทะเลสาบทาซะวะ หรือ ทาซะวะโกะ (Tazawako) ***

ถ้าจะไปนิวโตะ ออนเซ็น ที่นี่ก็ไม่ควรพลาด โดยอาจจะมาเที่ยวแวะหาไรกินเบา ๆ ที่นี่ก่อนคือ ทะเลสาบทาซะวะ หรือ ทาซะวะโกะ (Tazawako) อีกหนึ่งทีเด็ดของจังหวัดอาคิตะ “ทะเลสาบทาซะวะ” หรือ “ทาซะวะโกะ” เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น ลึก 423.4 เมตร ระหว่างที่นั่งรถไปรอบ ๆ ทะเลสาบ เราจะได้เห็นน้ำที่เห็นเป็นสีฟ้าเข้มสวยงาม แล้วถ้าเป็นช่วงฤดูหนาว หิมะที่ทับถมกันเป็นชั้น ๆ จะทอแสงระยิบระยับจากทะเลสาบ สุโค่ยมาก ๆ แนะนำให้ถ่ายรูปที่บริเวณด้านหน้าของรูปปั้น ทัตสึโอะ ฮิเมะ” เราจะได้ภาพที่สวยงาม นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือชม ทาซะวะ โกะ (Tazawako) แล้วถ้ามาช่วงใบไม้แดงก็เริ่ดไปอีกสีสัน โดยรอบของทะเลสาบแห่งนี้มีความยาวประมาณ 20 กิโลเมตร มีจุดจอดรถถ่ายภาพอยู่ 2 จุดใหญ่ ๆ  และด้วยความลึกที่สุดของมัน ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ไม่เคยเป็นน้ำแข็งเลย สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี

การเดินทางไปทะเลสาบทาซะวะ Tazawako
เดินทางด้วยรถไฟชินคันเซนจากอาคิตะหรือโตเกียวสู่สถานี Tazawako ประตูสู่เซมโบคุ หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดของจังหวัดอากิตะ เป็นสถานีที่เงียบ ๆ มีตู้ล็อกเกอร์ไว้คอยบริการ ราคาจะติดไว้ที่หน้าตู้ โดยจะมีตู้ใหญ่ไม่เยอะเท่าไหร่ ภายในสถานีฯ จะมีศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และเมื่อฝากแล้วเราก็เอาของที่จำเป็นเท่านั้นติดตัวไปเที่ยว หากใครหิว บริเวณหน้าสถานีมีร้านอาหารให้เลือกอยู่บ้าง และพอออกจากสถานี แล้วเดินมาทางขวามือ ป้ายรถประจำทางที่เราจะขึ้นไปยัง Nyuto Onsen ก็อยู่ตรงนี้พอดีคือหมายเลข 1 คือจริง ๆ แล้วถ้าจะมาที่ทะเลสาบแห่งนี้อย่างเดียวก็ได้ หรือจะไปเที่ยวต่อที่ Nyuto Onsen ก็ได้ แต่ถ้าไปต่อที่ Nyuto Onsen เราจะต้องเปลี่ยนรถบัสที่บริเวณ Tazawako-Han田沢湖畔発

พูดถึง coin locker ที่สถานี Tazawako กันสักนิด ถ้าเราหันหน้าเข้าสถานี ล็อกเกอร์จะอยู่ที่บริเวณด้านขวา ใกล้ ๆ ร้านมินิมาร์ท ค่าฝากจะคิดต่อ 24 ชั่วโมง ถ้าเกิน 24 ชั่วโมงจะคิดค่าบริการเพิ่มอีกตามจำนวนวัน เช่น ปกติ 500 yen ถ้าฝากเกิน 24 ชั่วโมง ก็ต้องหยอด 1,000 เยน แต่ถ้ากระเป๋าใหญ่เกินล็อกเกอร์ ให้เอาไปฝากที่ Tazawako tourist information center (ในสถานี Tazawako) แต่ฝากได้แค่ตอนกลางวันเท่านั้น 8.30 – 17.30 น. (ฟรี)

และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของการมาเที่ยวที่จังหวัดอาคิตะ คือการได้นอนโฮมสเตย์ที่นี่ AKITA Home stay หรือ Farm stay “อาคิตะ โฮมสเตย์” อีกหนึ่งแนวทางเลือกของนักท่องเที่ยว บ้านแต่ละหลังก็จะไม่เหมือนกัน เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แต่ที่เหมือนกันคือความเป็นมิตรมากๆของเจ้าของบ้าน มีการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่าง อย่างบ้านที่ผมไปอยู่ ตัวบ้านของนักท่องเที่ยวอยู่อีกหลังนึง เจ้าของบ้านจะไปนอนหลังใหญ่อีกหลัง มีที่นาอยู่หน้า มีแปลงสวนอยู่ข้างบ้าน มีทุ่งข้าวสาลี มีรถแท็กเตอร์ให้เราได้ทดลองขับ ซึ่งกิจกรรมในแต่ละบ้านก็จะแตกต่างกันออกไป อาหารการกินจัดเตรียมไว้ให้ใน 3 มื้อ

ส่วนวิธีการมาให้เราติดต่อบริษัททัวร์ที่เป็นเอเย่นต์แล้วให้เขาติดต่อให้ จากนั้นทางบริษัทร์จะดำเนินการให้เราหมดเลย ทั้งการติดต่อกับโฮมสเตย์ ตั๋วรถไฟ เรามีหน้าที่แค่นั่งรถไฟมาลงยังสถานีที่แจ้งไว้ แล้วเจ้าของบ้านก็จะมารับเราถึงสถานีรถไฟ หลังจากนั้นเราก็จะได้เริ่มแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่นกันอย่างสนุกสนาน

บางมุมเมืองของจังหวัดอาคิตะ AKITA เราจะมองเห็น ภูเขาโจไค หรือ โชไค (Mt. Chokai) ภูเขามีชื่อเรียกขานว่าเป็นภูเขาฟูจิแห่งจังหวัด AKITA เป็นภูเขาที่ตั้งอยู่แบบอิสระ สูง 2236 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 2 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น และที่เด็ดสุด “ภูเขาโจไค” ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในร้อยภูเขาที่สำคัญของญี่ปุ่น ที่นี่มีเส้นทางของนักเดินทางป่าให้ได้เพลิดเพลินไปกับพรรณไม้ต่าง ๆ นา ๆ นอกจากนี้บริเวณยอดเขาจะมีหิมะปกคลุมตลอดปี

อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พลาด คือการเรียนรู้วิถีทางวัฒนธรรมของ “ซามูไร” ซามูไรเคยเป็นชนชั้นที่สูงที่สุดในสังคมสมัยโบราณ พวกเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เพราะว่านักรบซามูไรจะได้รับการตอบแทนจากเจ้านายด้วยที่ดินมหาศาล แม้ว่าปัจจุบันนี้ซามูไรจะสูญสิ้นไปแล้ว แต่จิตวิญญาณของผู้กล้าก็ยังคงอยู่ในหมู่บ้านคะคุโนะดาเตะ Kakunodate แห่งจังหวัด AKITA

หมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ เป็นเมืองเก่าแก่อายุกว่า 390 ปี เป็นเมืองเก่าของ AKITA จากยุคซามูไรที่ยังคงมีบ้านโบราณสมัยเอโดะ ราวคริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือ Bukeyashiki เรียงรายให้เห็นตลอดแนวถนน จนได้สมญาว่าเป็น little Kyoto เพราะรูปแบบผังเมือง ยังคงรูปแบบเดิมเหมือนเมื่อครั้งก่อตั้งชุมชนครั้งแรกที่ย้ายถิ่นฐานมาจากเกียวโตเมื่อปี ค.ศ. 1860 เพราะไม่เคยเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรงใด ๆ สักครั้งเดียว รวมทั้งแผ่นดินไหวด้วย ด้านศูนย์วัฒนธรรมของที่นี้ ก็มีแสดงงานฝีมือเครื่องไม้ที่ทำจากต้นซากุระ ผ่านช่างฝีมือระดับครูมานั่งสาธิตวิธีทำให้ได้ชมอีกด้วย

วิธีเดินทางมา หมู่บ้านซามูไรคะคุโนะดาเตะ

ถนนซามูไร สตรีท อยู่ที่ Semboku city วิธีเดินทางมา คือ นั่งรถไฟซินคันเซน จากโตเกียว ผ่าน  sendai, Morioka, Tazawako,  มาลงที่สถานี Kakunodate Station เมื่อออกจากตัวสถานีให้เลี้ยวขวา เดินต่อไปอีกสองนาที จะเจอร้านขายแผนที่และแผ่นพับ มีทั้งภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และภาษาอื่น ๆ หากใครอยากจะใส่ชุดกิโมโน เพื่อเอาไว้เดินเล่น สามารถเช่าได้ที่ร้านเช่าชื่อ “ทาเทะซึยะ” ราคาประมาณ 4000 เยนต่อชุด เช่าเดินได้ทั้งวัน และยิ่งถ้ามาช่วงที่ดอกซากุระบานปลายเดือนเมษายนก็จะได้บรรยากาศแบบสุดยอดไปเลย รวมถึงมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีช่วง ตุลาคม พฤศจิกายน ก็แจ่มว้าวมากขึ้นไปอีก

เมื่อมาถึงแล้ว อยากแนะนำให้เข้าไปเยี่ยมชมคฤหาสน์ซามูไร “อาโอยางิ” Aoyagi House หลังนี้ถือว่าเป็นหลังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดหลังหนึ่ง มีรูปแบบการสร้างที่สวยที่สุดในเมือง อาณาบริเวณกว้างใหญ่มีทั้งสวน และบ้านที่เก็บรักษาของใช้โบราณ เช่น ชุดเกราะ ดาบ รวมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวัน ของพวกนี้เป็นของหายาก และยังมีอีกหลาย ๆ บ้านเช่น Ishiguro House, Matsumoto House, Kawarada House, Odano House, Iwahashi House และเมื่อเดินออกมาที่ถนนซามูไร จะพบบ้านหลังอื่น ๆ เรียงรายทอดตัวตามแนวยาวของถนนของ ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคที่ซามูไรรุ่งเรือง ส่วนใหญ่จะเปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้าเรื่อยไปจนถึงช่วง 4-5 โมงเย็น และส่วนใหญ่จะปิดช่วงของ Winter

 

ปัจจุบันบ้านซามูไรบางหลัง กลายเป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือของที่ระลึก มีเพียงหลังเดียวที่ทายาทแห่งสายเลือดซามูไร รุ่นที่ 12 ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านของตระกูลอายุกว่า 200 ปี ก็คือบ้านของตระกูลอิชิกุโระ และนอกจากบ้านเก่าแก่แล้วส่วนหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้ ยังถูกจัดเป็นศูนย์หัตถกรรมคาบะ (คาบะไซขุ) ศูนย์จำหน่ายและโชว์ผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นจากเปลือกไม้ต้นซากุระป่าพันธุ์ชิดาเระ งานแกะสลักจากเปลือกซากุระผ่านช่างฝีมือชั้นครูที่สืบทอดงานฝีมือเก่าแก่นี้ให้คงอยู่สืบไป

*** หุบเขา โอยะสุ / เมืองยูซาว่า Oyasu Valley at Yuzawa city ***
หุบเขา โอยะสุ ตั้งอยู่ที่เมืองยูซาว่า มีความสูงถึง 60 เมตร ไปยืนตรงสะพานแล้วมองลงไปข้างล่างแอบขาสั่นเหมือนกันนะ เราต้องเดินลงไปข้างล่างไปสัมผัสกับแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ริมธาร มีน้ำพุร้อนอุณหภูมิประมาณ 95 องศาเซลเซียสผุดขึ้นมาจากหน้าผาหิน สามารถต้มไข่สุกได้ในเวลาไม่กี่นาที หากมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะสวยงามยิ่งนัก

*** Inaniwa Udon อินานิวะ อุด้ง สูตรเฉพาะของจังหวัดอาคิตะ ***
อินานิวะ อุด้ง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 อุด้งชื่อดังของญี่ปุ่น จากข้าว Akita Komachi ข้าวพื้นเมืองที่ชื่อว่ารสชาติอร่อยสุดในญี่ปุ่น มาเที่ยวจังหวัดอาคิตะ ก็ได้แวะมาชิมที่ร้าน Sato Yosuke (ซาโตะ โยสุเกะ) สาขา Urushikura เหนียวหนึบอร่อยฟินเว่อสมคำร่ำลือที่ว่าถ้ามาแล้วต้องได้ลอง ‪

ร้าน ซาโตะ โยสุเกะ สาขาแรกในเมืองยูซาว่า ซึ่งร้านอุด้ง ซาโตะ โยสุเกะ มีอายุยาวนานกว่า 154 ปี ผลิตและจำหน่ายเส้น อินานิวะ อุด้ง ซึ่งเป็นอุด้ง 1 ใน 3 อุด้งที่ขึ้นชื่อที่สุดในญี่ปุ่น หรือ “Nihon Sandai Udon” เส้นมีลักษณะนุ่มลื่นคอ กินได้อย่างเอร็ดอร่อยทั้งแบบร้อนและแบบเย็น มารอบนี้ผมยังได้ไปเรียนรู้และทดลองทำเส้นอุด้งด้วยตัวเองที่ร้าน Sato Yosuke อีกด้วย

*** สุนัขพันธุ์ AKITA ***

อากิตาอินุ 秋田犬 Akita inu หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่า อากิตะ (อินุ แปลว่า หมา) สุนัขขึ้นชื่อของญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดัง พันธุ์ AKITA เป็นพันธุ์พื้นเมืองของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งใน 6 สายพันธุ์ที่ถูกระบุให้เป็นสัตว์สงวนพันธุ์ของประเทศ แต่เดิมใช้เป็นสุนัขอารักขาให้กับโชกุน และใช้เป็นสุนัขสำหรับล่าสัตว์ มีทักษะในการดมกลิ่น การมองเห็น และการได้ยิน สุนัขสายพันธุ์นี้เกือบสูญพันธุ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่พอจบสงคราม มีกลุ่มทหารและมิชชันนารีชาวอเมริกันนำสุนัขพันธุ์นี้ไปอเมริกา และไปดัดแปลงพันธุ์ใหม่กลายเป็นพันธุ์อเมริกันอากิตะ ทำให้ปัจจุบันมีอากิตะ 2 พันธุ์ คืออากิตะอเมริกา และ อากิตะญี่ปุ่น มีลักษณะลำตัวใหญ่ มีขนเป็นสีน้ำตาลและมีจมูกหรือท้องเป็นสีขาว ขึ้นชื่อว่าเป็นสุนัขบ้านที่เชื่อฟังคำสั่งและจงรักภักดีต่อเจ้านาย / เฮเลน เคลเลอร์ นักเขียนและนักมนุษยธรรมชาวอเมริกันผู้พิการทั้งตาบอดและหูหนวกตั้งแต่อายุ 19 เดือน มีความประสงค์ต้องการและได้รับมอบในระหว่างที่ได้เดินสายมาเยือนญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2480 ในปัจจุบัน เมืองโอดาเตะ ว่ากันว่าเป็นแหล่งกำเนิดของสุนัขนี้ และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สุนัขพันธุ์อะกิตะ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เพียงแห่งเดียวที่ดำเนินงานโดยองค์กรสายพันธุ์สุนัขของญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวสามารถพบเจอกับสุนัขพันธุ์นี้ของจริงได้ที่พิพิธภัณฑ์สุนัขพันธุ์อะกิตะ และที่ ทาซะวะโกะ เคียวเอ พาเลส

*** แนะนำที่พัก โรงแรม รีสอร์ท เรียวกัง ***  

  • Kamihata Sawarabi Onsen / Hotspring at Yokote city เรียวกังแท้ ๆ ขนาด 17 ห้อง ธรรมชาติสุด ๆ ไร้เสียงรบกวนจากบรรดารถราตั้งอยู่กลางหุบเขารายล้อมไปด้วยแปลงนา ต้นไม้ ใบหญ้า แทบไม่ต้องเปิดแอร์ แล้วหันไปเปิดหน้าต่างนอน เราจะเย็นฉ่ำกับอากาศที่เย็นสบาย มีออนเซนทั้ง indoor และ outdoor

วิธีการเดินทางมา นั่งรถไฟไปลงที่ AKITA Station แล้วนั่งรถไฟสายใน Local (JR Ou Honsen line) ไปลงที่สถานี Yokote ประมาณ 11 สถานี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นโทรหาโรงแรมให้มารับได้เลย หรือจะไปรถบัสก็ได้ นั่งรถบัสด่วนจากสถานี AKITA ไปลง Yokote ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที

*** แนะนำที่พัก โรงแรม รีสอร์ท เรียวกัง ***  

  • Komagatake Grand Hotel
    ถ้าจะมาพักที่นี่ นั่งซินคันเซน จากสถานีโตเกียว โดย AKITA Shinkansen Komachi ไปลงที่สถานี Tazawako  (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง) จากนั้นต่อรถบัสที่หน้าสถานี รถบัสสาย Nyuto Onsen line อีกประมาณ 35 นาที คือโรงแรมนี้เหมาะสำหรับคนที่จะมานิวโตะออนเซ็น หรือ ทะเลสาบทะซะวา เพราะโรงแรมนี้จะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 สถานที่นี้ วิวสวย ห้องใหม่สะอาด มีออนเซนทั้ง indoor และ outdoor แบบธรรมชาติ รวมทั้งอาหารเซตไคเชกิ

แอดฯ ขอให้ทุกคนเที่ยว Akita อย่างมีความสุข และอย่าลืมนำภาพสวย ๆ มาฝากกันด้วยนะครับ อยากให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง แล้วคุณจะรัก Akita มากขึ้นจริง ๆ