One day trip in Yangon, Myanmar : “ย่างกุ้ง” เที่ยวง่าย ๆ ใน 1 วัน

เที่ยว “ย่างกุ้ง” ในวันเดียว ทำได้จริงๆ อดีตเมืองหลวงของพม่า มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิ เจดีย์ชเวดากอง, เจดีย์โบตะทาว เทพทันใจ, เจดีย์สุเหร่ หรือ เจดีย์สุเล, พระตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ฯลฯ แต่ก็สามารถเที่ยวได้ครบหมดใน 1 วัน ก่อนที่เราจะไปเที่ยว เรามาทำความรู้จัก “ย่างกุ้ง” กันก่อนดีกว่า ว่ามีความเป็นมายังไงบ้าง

ถ้าพูดถึง “ย่างกุ้ง” ประเทศพม่า หรือ เมียนมาร์ หลายคนคงต้องนึกถึงเรื่องราวของวัฒนธรรม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ในชีวิตนี้ต้องได้ไปเยือน ไปกราบไหว้ขอพรสักครั้งนึง บางคนอาจจะมองว่า “พม่า” น่ากลัว แต่ถ้าได้ไปสัมผัสแล้ว มันจะไม่ใช่อย่างที่คิดเลย เพราะคนที่นี่ยิ้มแย้มเป็นมิตรมาก พร้อมที่จะพูดคุยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี แม้ว่าคนรุ่นเก่า ๆ จะไม่ค่อยสันทัดในภาษาอังกฤษ แต่ก็มีบางคนที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับเราได้ แต่ถึงแม้จะสื่อสารด้วยภาษาที่เป็นคำพูดไม่ได้ เราก็ใช้ภาษากายกันไป ไม่มีอะไรยากสำหรับการมาเที่ยวที่นี่ “ย่างกุ้ง” เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวในวันเดียวจบได้เลย สะดวกสบาย อาหารการกินก็มีทั้งอาหารท้องถิ่นที่ถ้ามาแล้วต้องลองสักมื้อ อาหารไทยรสจัดจ้านก็มี อาทิ ต้มยำกุ้ง น้ำพริก ผักกระเพรา ฯลฯ เพราะที่นี่ก็มีร้านอาหารไทยไว้บริการเช่นกัน เราลองมาดูกันไหมว่าใน 1 วันควรไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างในย่างกุ้ง เราลิสต์มาให้แล้ว

Yangon Myanmar

** สถานที่ท่องเที่ยวที่ย่างกุ้ง อาทิ Shwedagon Pagoda เจดีย์ชเวดากอง, Lawka Chantha Abaya วัดพระหินขาว,  Shwe Taw Myat วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี, Kaba Aye Paya, Kohtatgyi Paya, Botataung Paya เจดีย์โบตาทาว เทพทันใจ, Sule Paya เจดียสุเหร่ หรือ เจดีย์สุเล, Chaukhtatgyi Paya พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี **

 

** ทำความรู้จักกันสักหน่อยกับ “ย่างกุ้ง : yangon” **
เมือง “ย่างกุ้ง” ရန်ကုန် ชื่อเดิมคือ “ดากอง” Dagon เคยเป็นเมืองหลวงของพม่า หรือ เมียนมาร์ จนถึงปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลทหารย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมือง “เนปยีดอ” ในภาคกลางของพม่า แต่ย่างกุ้งก็ยังถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และมีความสำคัญมาก เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ และแหล่งธุรกิจสำคัญของประเทศ เมืองย่างกุ้ง เป็นเมืองเก่าแก่มานานกว่า 2,500 ปี แรกเริ่มเป็นเมืองท่าของอาณาจักรมอญ ต่อมากษัตริย์อลองพญา แห่งราชวงศ์อลองพญา เข้ามายึดครอง แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ย่างกุ้ง” ในปี พ.ศ. 2298 มีความหมายว่า “ศัตรูพ่ายแพ้ หรือศัตรูราบคาบ” และที่สำคัญ “ย่างกุ้ง” ยังเป็นที่ตั้งสุสานของจักรพรรดิโมกุลองค์สุดท้าย ซึ่งถูกอังกฤษเนรเทศมายังย่างกุ้งหลังการจลาจลของอินเดียในปี ค.ศ. 1857

** สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในย่างกุ้ง ถ้ามาแล้วต้องห้ามพลาด **

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ရွှေတိဂုံစေတီတော်

“พระมหาเจดีย์ชเวดากอง” ถือเป็นไฮท์ไลท์สำคัญมากของเมืองย่างกุ้ง ถ้ามาถึงย่างกุ้งแล้วไม่มาที่นี่ ถือว่าพลาดอย่างแรง คำว่า “ชเว” หมายถึงทอง ส่วนคำว่า “ดากอง” คือชื่อดั้งเดิมของย่างกุ้ง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองย่างกุ้งมากว่าพันปี เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ ที่บรรจุพระเกศาธาตุของ “พระโคตมพุทธเจ้า” จำนวน 8 เส้น ยอดสุดขององค์เจดีย์บริเวณลูกแก้ว ประดับด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ และเพชรจำนวน 5,448 เม็ด ชั้นบนสุดมีทับทิม 2,317 เม็ดและเพชรเม็ดใหญ่ 76 กะรัต เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ฐานของเจดีย์ทำจากอิฐปกคลุมด้วยแผ่นทอง สำหรับทุกคนที่มาที่นี่ต้องถอดรองเท้าไว้ด้านนอก โดยจะมีที่วางรองเท้าไว้ให้ หรือถ้ากลัวหาย แนะนำให้พกถุงผ้ามาใส่แล้วถือติดตัวไปด้วย

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

เมืองย่างกุ้ง มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะตอนกลางคืนจะเปิดไฟสวยเป็นพิเศษ หรือยามย่ำรุ่งประมาณ ตี 4-5 ท้องฟ้า และสถานที่ก็จะสวยไปอีกแบบ ที่นี่คิดค่าบริการ ปัจจุบัน 8 ดอลลาร์ (พ.ศ. 2561) ต่อคน

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี เชื่อกันว่า “เจดีย์ชเวดากอง” สร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษ ที่ 6-10 โดยชาวมอญ แต่ถูกทิ้งร้างจนมาถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 พระยาอู่ (ค.ศ. 1323-1384) ได้ทรงบูรณะเจดีย์ให้มีความสูง 18 เมตร ศตวรรษต่อมา พระนางเชงสอบู (ค.ศ. 1453-1472) ทรงบูรณะเจดีย์ให้มีความสูงถึง 40 เมตร และรับสั่งให้บำรุงรักษาองค์เจดีย์ต่อไปแก่ พระเจ้าธรรมเจดีย์ ซึ่งครองราชสมบัติต่อหลังพระนางสละราชสมบัติ ในช่วงบั้นปลายพระชนม์ชีพพระนางวางแท่นบรรทมให้มองเห็นองค์เจดีย์ จนกระทั่งการบูรณะเสร็จสิ้นในรัชสมัยพระเจ้าธรรมเจดีย์เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 ต่อมาเจดีย์ชเวดากองได้กลายเป็นสถานที่แสวงบุญของพุทธศาสนิกชนที่มีชื่อเสียงที่สุดในพม่า

พระมหาเจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากอง

เนื่องจากที่พม่าเกิดแผ่นดินไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ่อยครั้ง ทำให้เจดีย์ได้รับความเสียหาย และเมื่อปี ค.ศ. 1768 เกิดแผ่นดินไหวอย่างหนัก ทำให้ยอดของเจดีย์หักลงมา แต่ได้บูรณะให้สูงขึ้นถึง 99 เมตร สำหรับฉัตรองค์ใหม่ประดับยอดเจดีย์ได้รับการถวายจากพระเจ้ามินดง เมื่อปี ค.ศ. 1871 หลังการผนวกดินแดนพม่าตอนล่างโดยอังกฤษ ต่อมาในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 1970 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงปานกลาง ทำให้เพลาฉัตรบนยอดองค์เจดีย์ได้รับความเสียหาย มีการสร้างโครงและซ่อมแซมครั้งใหญ่ จนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม ค.ศ. 2012 มีเทศกาลเฉลิมฉลองประจำปีของเจดีย์ชเวดากองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988

พระมหาเจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากอง

เจดีย์ชเวดากอง จะมีบันไดทางขึ้นไปยังลานเนินเขาเชียงกุตระสี่ทาง แต่ละทางขึ้นจะมีรูปปั้นคล้ายสิงโตเรียกว่า “ชินเต” ประดับไว้เป็นคู่หน้าทางขึ้น เพื่อปกปักรักษาองค์เจดีย์ตามความเชื่อ ทางทิศตะวันออกและทางใต้ จะมีร้านขายธูปเทียน ทองคำเปลว หนังสือ และวัตถุมงคลต่าง ๆ เวลาไปก็ลองดูตำแหน่งทิศให้ดีเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวมากขึ้น แนะนำเวลามาเยือนที่นี่ ให้เดินตามเข็มนาฬิกาวนรอบเจดีย์ เริ่มต้นที่ศาลทางทิศตะวันออก จะประดิษฐานพระพุทธรูป “พระกกุสันธพุทธเจ้า” พระพุทธเจ้าพระองค์แรกในภัทรกัปนี้ / ถัดไปเป็นศาลทางทิศใต้ ประดิษฐานพระพุทธรูปพระโกนาคมนพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ที่สองในภัทรกัปนี้ / ถัดไปทางทิศตะวันตกเป็นศาลของพระกัสสปพุทธ พระพุทธเจ้าองค์ที่สามในภัทรกัปนี้ และสุดท้ายศาลทางทิศเหนือเป็นศาลของพระโคตมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

ที่เจดีย์ชเวดากอง จะมีสัญลักษณ์ของรูปสัตว์ต่างๆแทนในแต่ละวัน อาทิ ครุฑสำหรับวันอาทิตย์, เสือวันจันทร์, สิงโตวันอังคาร, ช้างมีงาสำหรับวันพุธครึ่งวันแรก, ช้างไม่มีงาวันพุธครึ่งวันหลัง, หนูวันพฤหัสบดี, หนูตะเภาวันศุกร์ และนาค สำหรับวันเสาร์ จะกระจายไปรอบองค์เจดีย์ แต่ละจุดจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานไว้ ผู้ที่ศรัทธาหรือนักท่องเที่ยว ก็มักจะนำดอกไม้ ธงต่าง ๆ ไปบูชาและทรงน้ำ พร้อมคำอธิษฐาน ด้านหลังองค์พระเป็นรูปปั้นของเทวดาผู้พิทักษ์ ส่วนด้านล่างจะเป็นสัตว์ที่เป็นตัวแทนในแต่ละวัน

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

พระมหาเจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากองพระมหาเจดีย์ชเวดากองtravel yangon

 

เจดีย์โบตะทาว Botahtaung Pagoda ဗိုလ်တထောင်ဘုရား

เจดีย์โบตะทาว หมายถึง ทหาร 1,000 นาย เป็นอีกหนึ่งเจดีย์ที่มีชื่อเสียงย่านใจกลางเมืองย่างกุ้ง ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกโดยชาวมอญ ช่วงเวลาเดียวกันกับเจดีย์ชเวดากอง เชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุพระพุทธเจ้า ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้ง ทำให้เจดีย์โบตะทาว พังพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะขึ้นมาใหม่ในช่วงหลังสงคราม มีการค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ การก่อสร้างใหม่ได้ออกแบบให้มีลักษณะตามเดิมและสูงประมาณ 40.13 เมตร แล้วเสร็จใจปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชา นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ จะต้องไม่พลาดคือภายในของเจดีย์ซึ่งกลวง ทางเดินมีลักษณะเหมือนเขาวงกต ถ้าได้ลองไปเดินจะเหมือนวนไปวนมา แต่สุดท้ายก็มีทางออก ในส่วนของพนังบุด้วยทองคำมีกระจกกั้น ภายในแสดงโบราณวัตถุ และสิ่งประดิษฐ์โบราณจำนวนมากที่เคยฝังไว้ภายในเจดีย์ก่อนหน้านี้

เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung เจดีย์โบตะทาว Botahtaung

ที่สำคัญนักท่องเที่ยวชอบไปบูชาคือ เทพทันใจ (นัตโบโบจี) วิธีบูชาคือ ให้เราเอาเงินแบงก์พม่า 2 ใบม้วนใส่มือเทพทันใจ แล้วไหว้ขอพร โดยเอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้เทพทันใจ โดยมีเคล็ดลับว่า ต้องขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น เพื่อความขลัง จากนั้นให้เดินวน 3 รอบ แล้วกลับมากราบไหว้อีกครั้ง จากนั้นให้ดึงเงินกลับมา 1 ใบมาเก็บรักษาไว้กับตัว อีกใบนำไปบริจาค มีความเชื่อว่าพรจะได้ตามที่ขอไว้

เทพทันใจ (นัตโบโบจี) เทพทันใจ (นัตโบโบจี) เทพทันใจ (นัตโบโบจี)

เดินออกมาข้างหน้า ฝั่งตรงข้ามหน้าวัดโบตะทาว มีศาลนัตอีกองค์ ชาวพม่าเรียกว่า “อะมาดอว์เมียะ” หรือคนไทยรู้จักกันดีในชื่อว่า “เทพกระซิบ” ตามตำนานเล่าว่า เทพกระซิบ เป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนา รักษาศีลเคร่งครัด พอตายไปกลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว แต่ไม่มีใครมากระซิบอธิษฐานเลย แต่พอนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเที่ยวที่นี่ แล้วพบเจอกับป้ายๆหนึ่ง เขียนเป็นภาษาพม่า ไกด์บอกมันแปลว่า “ห้ามส่งเสียงดัง” เพราะบริเวณนั้น ชอบมีแม่ค้ามาตะโกนขายชุดเครื่องเซ่นไหว้องค์เทพ วัดจึงติดป้ายเตือน แต่ไกด์ดันเข้าใจว่า ถ้าจะไปอธิษฐานกับเทพองค์นี้ ต้องห้ามพูดเสียงดัง ก็เลยอธิบายให้นักท่องเที่ยวชาวไทยว่า ถ้าจะอธิษฐานขออะไรกับเทพองค์นี้ต้องกระซิบ จากนั้นก็เล่าต่อๆกันมา จนกลายเรื่องที่ทำต่อๆกัน แต่ที่ผ่านมาก็มีคนได้รับพรตามที่อธิษฐานสมปรารถนา จึงกลับมาแก้บน และบอกต่อกัน ต่อมาชาวพม่าเห็นคนไทยทำแล้วดี ได้ผล ก็เริ่มทำตามบ้าง

เทพทันใจ (นัตโบโบจี) เทพกระซิบ

 

พระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chaukhtatgyi Buddha Temple

พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือพระตาหวาน เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ นอนตะแคงขวา มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของพม่า โดดเด่นเป็นสง่า ดวงตาของท่านเป็นแก้ว สั่งผลิตมาจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดินมายังปลายสุดพระบาท ตรงใจกลางฝ่าพระบาทจะมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคล ประกอบด้วยลายลักษณธรรมจักร และล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ แสดงถึงโลกทั้ง 3 คือ เครื่องหมาย 59 ประการ แสดงถึงอากาศโลก เครื่องหมาย 21 ประการแสดงถึงสัตวโลก และเครื่องหมาย 28 ประการแสดงถึงสังขารโลก ในบริเวณใกล้ๆพระบาท จะมีนั่งร้านให้ขึ้นไปถ่ายรูปมุมสูงเพื่อถ่ายภาพพระนอนได้ทั้งองค์ ถ้าใครได้มาที่นี่ ลองหาโอกาสนั่งนิ่งๆสงบๆแล้วมองหน้าพระพักตร์ของพระนอน แล้วจะรู้สึกถึงความสงบ ผ่อนคลาย และปล่อยวาง

พระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chaukhtatgyi Buddha Templeพระนอนตาหวาน พระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chaukhtatgyi Buddha Temple

ประวัติการก่อสร้างในปีพ.ศ. 2442 “โบตา” ชาวพุทธพม่าผู้มั่งคั่งสนับสนุนให้มีการก่อสร้างพระนอนองค์นี้ ใช้เวลาสร้างประมาณ 8 ปี แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2450 ในช่วงพ.ศ. 2493 พระพุทธรูปองค์เก่าถูกรื้อถอน เนื่องจากได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศ และเริ่มมีการสร้างองค์พระใหม่ ภายใต้การดูแลของ “อูตอง” ช่างฝีมือจากเมืองทวาย เหตุที่ได้ชื่อว่าพระตาหวาน เพราะพระพักตร์ได้รูป ขนตางอนยาว ดวงตาเป็นแก้ว เปลือกตาสีฟ้า

พระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chaukhtatgyi Buddha Templeพระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chaukhtatgyi Buddha Templeพระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chaukhtatgyi Buddha Templeพระนอนตาหวาน พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี Chaukhtatgyi Buddha Temple

 

เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda

เจดีย์สุเหร่ เป็นเจดีย์ทรง 8 เหลี่ยมสีทอง สูงประมาณ 46 เมตร เก่าแก่นับพันปีของเมืองย่างกุ้ง ว่ากันว่าถูกสร้างขึ้นก่อนที่พระเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon) ภายในองค์เจดีย์บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าเอาไว้ เจดีย์ถูกสร้างเป็นวงเวียนอยู่กลางใจเมือง ถนนสายหลักทุกสายจะต้องผ่านเจดีย์นี้ เหตุที่อยู่เป็นวงเวียนใจกลางเมือง เพราะในสมัยที่อังกฤษยึดครองพม่า ได้มีการทำผังเมืองแบบ Victorian grid-plan โดยยึดเจดีย์สุเลเป็นศูนย์กลางศาสนสถานหลักใจกลางกรุงย่างกุ้ง ด้านหน้ายังเป็นป้ายรถเมล์หลักของเมือง และบริเวณโดยรอบยังเป็นสถานที่ราชการที่รูปร่างอาคารได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก และยังมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่มหาบัณฑุละ ภายในมีอนุสาวรีย์อิสรภาพ รูปเสาแหลมสูง 40 เมตร ล้อมรอบด้วยเสาหินสูง 9 เมตร 5 ต้น แทนรัฐที่ปกครองตนเองกึ่งอิสระ 5 รัฐ คือ ฉาน กะฉิ่น กะยิน (กะเหรี่ยง) กะยา และชิน

เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda เจดีย์สุเหร่ หรือเจดีย์สุเล Sule pagoda

** Tip to Travel **

  1. ปัจจุบันเดินทางสะดวก บินง่าย มีหลายสายการบินมีทั้งไฟล์ทเช้า และไฟล์ทเย็น-ดึก จะบินแบบไปกลับก็ได้ หรือจะค้าง 1-2 คืน ก็แล้วแต่ความชอบ
  2. จองรถเช่า ปัจจุบันที่พม่ามีเอเจนซี่เช่ารถจำนวนมาก แต่ที่ผมใช้ประจำคือ Nay Linn หรือ NAY LINN NAING Travels & Tours (ลองไปหาในเฟซบุ๊กได้เลย) ก็แจ้งความประสงค์ไปว่าจะเช่ารถเที่ยวเมืองไหนบ้าง บอกที่ที่อยากจะไป จำนวนคน รายละเอียดต่าง ๆ หรือถ้าอยากลองใช้รถโดยสารก็จะมีรถแท็กซี่ และรถเมล์คอยบริการ